หน้าเว็บ

Jubjang FC

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

คำสุภาษิตและคำพังเพย (คลิปที่5)


คำสุุภาษิตและคำพังเพย (คลิปที่ 4)


คำสุภาษิตและคำพังเพย (คลิปที่ 3)


คำสุภาษิตและคำพังเพย (คลิปที่2)


คำสุภาษิตและคำพังเพย (คลิปที่ 1 )


วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สรุปติว O-NET


ติว O-NET


Html , Ctt , Java , Pascal ,  Javascrip   เป็นภาษาระดับสูงเขียนในรูปแบบภาษาอังกฤษ
ภาษาคอมพิวเตอร์มี  3  ระดับ
1.ต่ำ คือ เลขฐาน  2,8,10,16      2.กลาง             3.สูง
1.การสื่อสารมี  2  แบบ
1)ดิจิตอล  
2)อะนาล็อก
2.  Input                      Process                  Ouatput
     Input                       Process                  Output
     นำข้อมูลเข้า         ประมวลผล            แสดงผล
องค์ประกอบการทำงานคอมพิวเตอร์
Software            ชุดคำสั่ง
Hardware           อุปกรณ์
Peopleware         ผู้สั่งการ
Data                    ข้อมูล
    Sofware  มี  2 ประเภท
1.ซอฟต์แวร์ระบบ
2.ซอฟต์แวร์ประยุกต์   

สรุปติว O-NET


FTP (Flie Transfer Protocol)
 เป็นการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ซึ่งอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 
Bit Torrent
-ใช้  Download
Web  browser
-ได้แก่  Chorm,IE,Opera,Fivefox,Satari
Instant  messaging
instant messaging มักจะได้รับการเรียกย่อว่า “IM” หรือ “IMing”เป็นการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อความผ่านโปรแกรมประยุกต์ซอฟต์แวร์ในเวลาจริง 

กระบวนการทำงาน


  
การทำงานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหน่วยสำคัญ 5 หน่วย คือ
·  หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)
·  หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
·   หน่วยความจำหลัก (Main Memory)
·   หน่วยความจำสำรอง (Secondary Memory)
·   หน่วยแสดงผล (Output Unit)

          กลไกการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่เกิดจากองค์ประกอบต่างๆ  เริ่มด้วยเมื่อมีการกดปุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์  โปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่อยู่ในหน่วยความจำหลัก จะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมที่จะทำงาน  เมื่อตรวจสอบเสร็จคอมพิวเตอร์จะแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะทำงาน  ก็จะมีการป้อนคำสั่งหรือโปรแกรมหรือข้อมูลโดยผ่านหน่วยรับข้อมูล  แล้วนำไปเก็บไว้ที่หน่วยความจำหลัก  ต่อจากนั้น หน่วยประมวลผลกลางก็จะทำการตามคำสั่งโปรแกรมซึ่งเรียกว่า  การประมวลผล  แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้เก็บไว้ที่ หน่วยความจำ  และจะแสดงผลลัพธ์ผ่านหน่วยแสดงผลเมื่อมีคำสั่งให้แสดงผลลัพธ์

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
                องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ที่จับต้องได้ แบ่งเป็น 4 หน่วย คือ Input unit, CPU(Central Processing Unit),   Storage และ Output unit 

                ซอฟต์แวร์ (Software)
คือ โปรแกรม หรือชุดคำสั่งที่เขียนขึ้น เพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เป็นตัวเชื่อมระหว่าง Hardware กับผู้ใช้ ให้สามารถสื่อสารกันได้
บุคลากร (Peopleware)
บุคคลผู้สั่งให้คอมพิวเตอร์ โดยใช้ซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ ซึ่งบุคคลจะมีหลายบทบาทในการเข้าใช้คอมพิวเตอร์
นักวิเคราะห์ และออกแบบระบบ (System analyst and design)
โปรแกรมเมอร์ (Programmer)
ผู้บริหารฐานข้อมูล (Database administrator)
ผู้ปฏิบัติการ (Operator)
ผู้ใช้ (User)
ผู้บริหาร (Administrator)
ข้อมูล (Data)
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีค่า เพราะข้อมูลที่เก็บในคอมพิวเตอร์ จะนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจ หรือช่วยการแสดงผล หรือนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ข้อมูลบางอย่างอาจมีค่ามากกว่าhardware เสียอีก
กระบวนการทำงาน (Procedure)
การทำงานให้ได้ผลตามต้องการต้องมีลำดับการทำงาน หรือขั้นตอนที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ จึงต้องมีคู่มือผู้ใช้ หรือคู่มือระบบ ให้ผู้ใช้จัดการกับคอมพิวเตอร์ และใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

กิจกรรม วันเด็กแห่งชาติ


กิจกกรรมกีฬาสี


วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

MV โรงเรียนอำนาจเจริญ



การใช้งานตู้ ATM

แม่ของฉันเปรียบเสมือน


                              แม่ของฉันเปรียบเสมือน....



                             


แม่ของฉัน

       

              เพราะคำว่าแม่สำหรับฉัน คือ คนที่ให้ชีวิต ให้ความรัก ความดูแลเอาใจใส่ ความเมตตา    และแม่ก็เป็นคนที่จะคอยยืนอยู่เคียงข้างเราเสมอในเวลาที่เราลำบาก หรือ มีเรื่องไม่สบายใจ แม่ก็จะเป็นคนแรกที่จะมาปลอบใจเรา และพร้อมจะอยู่ข้างเราเสมอ และแม่ก็เป็นคนที่รักเราอย่างแท้จริง เพราะแสมารถทำทุกอย่างเพื่อเราได้ เราเกิดมามีแม่ที่คอยดูแลเอาใจใส่เราสำหรับฉันมันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ เพราะบางคนเกิดมาโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่ของเขาหน้าตาเป็นอย่างไร ในเมื่อเราเกิดมามีแม่แล้ว เราก็ควรจะทำให้แม่ของเรามีความสุข ดีใจกับสิ่งที่เราทำ นั่นคือ การป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ไม่เกเร ทำเรื่องเดือดร้อนให้แม่ต้องหนักใจ มันไม่ใช่สิ่งที่มีราคามากมายอะไร  แต่มันก็คงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับแม่เลยก็ว่าได้


วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

งานนำเสนอเดี่ยว วิชาคอมพิวเตอร์

                                      
                                                         
                                                            นางสาว  กัลยา จันลาภา

                                                                เลขที่ 33 ชั้น ม.3/1

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดช่วงฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่น ๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี เรียกว่า "ปุริมพรรษา" ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เรียกว่า "ปัจฉิมพรรษา" เว้นแต่มีกิจธุระคือเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืน เรียกว่า "สัตตาหะ" หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด สำหรับข้อยกเว้นให้ภิกษุจำพรรษาที่อื่นได้ โดยไม่ถือเป็นการขาดพรรษา เว้นแต่เกิน 7 วัน ได้แก่ 1.การไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย 2.การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึกมิให้สึกได้ 3.การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การไปหาอุปกรณ์มาซ่อมกุฏิที่ชำรุด 4.หากทายกนิมนต์ไปทำบุญ ก็ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขาได้ นอกจากนี้หากระหว่างเดินทางตรงกับวันหยุดเข้าพรรษาพอดี พระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆ องค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร" แปลว่า ที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้ง ถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีก เพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศัรทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แบบทดสอบ 4.1